ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ว่า การใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้จริง
ไม่ใช่แค่ไหมขัดฟันโดยตรงที่ช่วยป้องกันสโตรก แต่เป็นเพราะการดูแลสุขภาพช่องปากโดยรวมที่ลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคหลอดเลือดและหัวใจ
ความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพช่องปากและโรคหลอดเลือดสมอง
การอักเสบและแบคทีเรีย:
เมื่อคุณไม่ได้ทำความสะอาดซอกฟันอย่างทั่วถึง คราบจุลินทรีย์ (Plaque) ที่เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียจะก่อตัวขึ้น นำไปสู่โรคเหงือก (โรคปริทันต์)
การติดเชื้อและการอักเสบเรื้อรังในเหงือก ทำให้แบคทีเรียในช่องปากสามารถเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่ายขึ้น
เมื่อแบคทีเรียเหล่านี้เดินทางไปตามกระแสเลือด จะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในหลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมถึงหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง
การก่อตัวของลิ่มเลือด:
การอักเสบในหลอดเลือดทำให้เกิดความเสียหายและนำไปสู่การก่อตัวของคราบพลัค (Atherosclerotic Plaque)
แบคทีเรียจากช่องปากบางชนิดสามารถเกาะติดกับคราบพลัคในหลอดเลือด ทำให้คราบพลัคไม่มั่นคงและหลุดออกไป
เมื่อคราบพลัคหลุดออกไป ก็จะก่อตัวเป็นลิ่มเลือด ซึ่งอาจไปอุดตันหลอดเลือดในสมองและทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบได้
บทสรุปจากงานวิจัย
มีงานวิจัยเบื้องต้นที่นำเสนอในการประชุม American Stroke Association’s International Stroke Conference ในปี 2025 พบว่า การใช้ไหมขัดฟันอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้งมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่ลดลงของโรคหลอดเลือดสมองชนิดต่างๆ อย่างมีนัยสำคัญ:
ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองจากการขาดเลือด (Ischemic Stroke) ลง 22%
ลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองจากลิ่มเลือดที่มาจากหัวใจ (Cardioembolic Stroke) ลง 44%
นักวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า ประโยชน์ของการใช้ไหมขัดฟันนี้มีความเป็นอิสระจากการแปรงฟันเป็นประจำและการไปพบทันตแพทย์ ซึ่งเน้นย้ำว่าการทำความสะอาดซอกฟันมีความสำคัญอย่างมากต่อสุขภาพโดยรวม
ดังนั้น การใช้ไหมขัดฟันจึงไม่ใช่แค่เรื่องของฟัน แต่เป็นส่วนสำคัญของการดูแลสุขภาพทั้งร่างกาย โดยเฉพาะการป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบหลอดเลือดและหัวใจ
