อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวังบางประการที่ควรทราบ เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดังนี้
1.ไม่ควรกินอะโวคาโดดิบ อะโวคาโดที่ยังไม่สุกจะมีสารแทนนินสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวและปวดไมเกรนได้ ควรเลือกอะโวคาโดที่สุกแล้วโดยสังเกตจากผิวที่เป็นสีเข้มขึ้นจนเป็นสีน้ำตาลหรือดำ และเนื้อนิ่มเมื่อกดเบาๆ
2.ระวังเรื่องปริมาณแคลอรี่และไขมัน แม้จะเป็นไขมันดี แต่ในอะโวคาโดก็มีปริมาณแคลอรี่และไขมันสูง การกินมากเกินไปอาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง ควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เช่น ครึ่งลูกถึงหนึ่งลูกต่อวัน
3.ระวังในผู้ที่มีอาการแพ้ ผู้ที่มีอาการแพ้ยางธรรมชาติ (Latex Allergy) อาจมีความเสี่ยงต่อการแพ้อะโวคาโดได้เช่นกัน นอกจากนี้ผู้ที่แพ้อาหารทะเลหรือถั่วบางชนิดก็อาจเกิดอาการแพ้อะโวคาโดร่วมด้วยได้ อาการแพ้อาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ เช่น ผื่นคัน ปากบวม คลื่นไส้ หรือหายใจลำบาก หากมีอาการเหล่านี้ควรงดรับประทาน
4.ผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร อะโวคาโดมีใยอาหารสูง ซึ่งการกินในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการไม่สบายท้อง เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือท้องเสียได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีระบบย่อยอาหารบอบบาง
5.ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไต อะโวคาโดมีปริมาณโพแทสเซียมสูง ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญต่อร่างกาย แต่การได้รับโพแทสเซียมมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคไตได้ เนื่องจากไตไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกจากร่างกายได้ตามปกติ
6.ข้อควรระวังสำหรับหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรควรระมัดระวังในการรับประทานอะโวคาโดเกินปริมาณที่รับประทานในชีวิตประจำวัน เนื่องจากยังไม่มีรายงานยืนยันความปลอดภัยที่แน่ชัด นอกจากนี้ มีรายงานว่าการบริโภคอะโวคาโดในปริมาณมากอาจทำให้ปริมาณน้ำนมลดลงได้
